ทำไมวิชานาฏศิลป์ไทยจึงสำคัญต่อเด็กไทย

“นาฏศิลป์” หมายถึงการเคลื่อนไหวร่างกายดัวยท่าทางที่ประดิษฐ์คิดค้นออกมาเป็นแบบแผนงดงาม โดยอาศัยการขับร้องและการบรรเลงดนตรีร่วมด้วย เพื่อโน้มน้าวให้ผู้ชมมีอารมณ์คล้อยตาม ซึ่งนาฏศิลป์ของไทยเรา ได้แก่ 1.ฟ้อนรำ ระบำ 2.ละคร 3.โขน 4.การแสดงพื้นเมือง

       การเรียนนาฏศิลป์มีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร

       1.การเรียนนาฏศิลป์ช่วยพัฒนาด้านร่างกาย ธรรมชาติของเด็กนั้นไม่ชอบอยู่นิ่ง แต่ชอบการเคลื่อนไหวร่างกายในการเดิน วิ่ง กระโดด ยักย้ายร่างกายไปมา ดังนั้น การที่เด็กได้ร่ายรำ ทำให้เด็กได้เคลื่อนไหวกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายทั้งกล้ามเนื้อเล็กและกล้ามเนื้อใหญ่ให้สอดคล้องกับทำนอง จังหวะและเสียงดนตรี ซึ่งเป็นเหมือนการออกกำลังกายไปในตัว ส่งผลให้เด็กมีร่างกายที่แข็งแรงสมส่วน คล่องแคล่ว กระฉับกระเฉง

       2.การเรียนนาฏศิลป์ช่วยพัฒนาด้านอารมณ์ ขณะที่เด็กได้เคลื่อนไหวร่างกายในการฟ้อนรำหรือเต้นระบำประกอบเพลงนั้น เด็กจะมีความสนุกสนาน ได้ปลดปล่อยความเครียด ส่งผลให้เด็กๆมีอารมณ์เบิกบานแจ่มใส กล้าแสดงออก มีความมั่นใจในตัวเอง

       3.การเรียนนาฏศิลป์ช่วยพัฒนาด้านสังคม กิจกรรมนาฏศิลป์เป็นสื่อหนึ่งที่ทำให้เด็กๆ ได้ทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี เพราะการที่เด็กๆ ได้ร่ายรำ เล่นละคร แสดงการละเล่นพื้นเมืองร่วมกับเพื่อน เป็นการที่เด็กๆ ได้มีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นในการเป็นผู้นำผู้ตาม และการทำกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายประกอบท่าทางที่พรัอมเพรียงไปกับเพื่อนๆ นั้น ก็เป็นการหล่อหลอมความสามัคคีให้เกิดขึ้นในตัวของเด็กอีกด้วย

       4.การเรียนนาฏศิลป์ช่วยพัฒนาด้านสติปัญญา เช่น ในการฝึกให้เด็กๆ ฟ้อนรำนั้น เด็กๆ ต้องจดจำและแยกแยะท่าทางการรำแบบไทยให้ถูกตัอง เช่น ท่าจีบหงาย จีบคว่ำ ตั้งวง ตีไหล่ อีกทั้งต้องจดจำท่าทางต่างๆ ให้เข้ากับเนื้อร้องและจังหวะของเพลงอย่างถูกต้องแม่นยำและพรัอมเพรียงกับผู้อื่น จึงเป็นการช่วยพัฒนาทางด้านสติปัญญาในเรื่องของความจำและการคิดวิเคราะห์

       เพลง “รำไทย” (2548) คำร้อง/ทำนอง ดร.แพง ชินพงศ์

       เกิดมาบนแผ่นดินนี้ พวกเราน้องพี่ล้วนเป็นคนไทย

       มีท่ารำไม่เหมือนชาติใด เป็นแบบไทยๆ ของเรานานมา

       มาซิมาฟ้อนรำ มาซิมาฟ้อนเรา

       พวกเราคนไทยชอบรำไทยเอย

       รำไทยไม่ใช่เรื่องยาก

       จีบหงาย จีบคว่ำ เอาละวา

       ตั้งวง ตีไหล่ ยักซ้าย ย้ายขวา

       ยกเท้าออกไปข้างหน้า

       เชิญเพื่อนหญิงชายรำไทยด้วยกัน

       ข้อมูลอ้างอิง: เพลง “รำไทย” ดร.แพง ชินพงศ์, ร้องเล่นเต้นสนุก, บริษัท แปลน ฟอร์ คิดส์, 2548

       ในปัจจุบันปัญหาการติดเกมส์กลายเป็นปัญหารายวันตามหน้าหนังสือพิมพ์และสื่อต่างๆมากขึ้น จาก “การศึกษาการเปลี่ยนแปลงทางประชากรและครอบครัว: ผลกระทบต่อสังคมไทยและทางเลือกเชิงนโยบาย” พ.ศ. ๒๕๕๔ พบว่า ปัญหาการติดเกมได้รับการนาเสนอตามหน้าสื่อต่างๆ เป็น ๑ ใน ๔ ของปัญหาครอบครัวทั้งหมด หรืออาจกล่าวได้ว่าปัญหาการติดเกมมีสัดส่วนร้อยละ ๒๕ ที่ทาให้ครอบครัวล้มเหลว ซึ่งปัญหานี้ไม่เพียงแต่ส่งผล กระทบในระดับครอบครัวเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบในทุกๆระดับ ทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว และสังคม

      จะดีกว่ามั้ยที่เราจะหันมาใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ โดยการหันมารำไทย โขน หรือร้องเพลงจะได้ฝึกสมาธิ และฝึกความกล้า ออกจากกรอบความคิด และได้ล

งสนามจริง

X
รับสมัครครูเสาร์อาทิตย์